ประวัติวันลอยกระทง มีความเป็นมาอย่างไร? ไขข้อสงสัยทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ที่นี่
ใกล้ถึงวันเพ็ญเดือนสิบสองกันแล้วนะคะหลาย ๆ คนคงจะนึกถึงภาพแสงเทียนระยิบระยับในวันลอยกระทง กันแล้วใช่ไหมคะ มันเป็นภาพที่น่าประทับใจมากสำหรับคนไทยอย่างเรา แต่เคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าว่าเบื้องหลังที่เราเห็นกันอยุ่ทุก ๆ ปีนั้นมีทีมาทีไปกันอย่างไรจริง ๆ แล้วประวัติลอยกระทงมีทีมาลึกซึ้งพอสมควรกันเลยซึ่งเป็นมากกว่าการขอขมาพระแม่คงคา วันนี้พี่เก๋จะขออาสาพาทุกคนเดินทางย้อนเวลาเพื่อไปสำรวจตำนานของประเพณีกันคะแบบเจาะลึกทุกเรื่องราวก็ว่าได้
ย้อนรอยต้นกำเนิด "ลอยกระทง" จากความเชื่อดั้งเดิม
ไม่ได้มีแค่สุโขทัย! ตำนานลอยกระทงในยุคแรกเริ่ม
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับเรื่องเล่าที่ว่าประเพณีลอยกระทงเริ่มต้นในสมัยสุโขทัยใช่ไหมคะ แต่ในความเป็นจริงแล้ว แนวคิดเรื่องการบูชาสายน้ำหรือ “พระแม่คงคา” นั้นมีรากฐานมาจากความเชื่อในศาสนาพราหมณ์-ฮินดูที่หยั่งรากลึกในดินแดนแถบนี้มาเนิ่นนานก่อนหน้านั้นเสียอีกค่ะ เรียกได้ว่าเป็นประเพณีที่เก่าแก่มาก ๆ เลย ดังนั้นร่องรอยของพิธีกรรมที่คล้ายกันนี้ ก็เลยสามารถพบเห็นได้ในหลายอารยธรรมโบราณ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสุโขทัยที่เดียวเท่านั้นนะคะ
ความเชื่อหลัก 3 ประการของการลอยกระทง
แล้วคนในสมัยก่อนเขาตั้งใจลอยกระทงเพื่ออะไรกันบ้าง พี่เก๋จะสรุปความเชื่อหลัก ๆ ที่สืบทอดกันมาให้ฟังนะคะ เหตุผลข้อแรกที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ การลอยกระทงเพื่อ “ขอขมาพระแม่คงคา“ ซึ่งเป็นดั่งการขอบคุณที่เราได้ใช้น้ำในการดำรงชีวิตมาตลอดทั้งปี และเป็นการขออภัยหากเราได้ทำอะไรที่เป็นการล่วงเกินสายน้ำไป นอกจากนี้ยังมีความเชื่อในทางพุทธศาสนาด้วยว่าเป็นการ “บูชารอยพระพุทธบาท” ของพระพุทธเจ้าที่ประทับไว้ ณ ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานทีในประเทศอินเดีย และสุดท้าย หลายคนก็เชื่อว่าการลอยกระทงเป็นการ “ลอยทุกข์โศก” หรือเคราะห์ร้ายต่าง ๆ ให้ไหลไปกับสายน้ำเพื่อเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ในชีวิตค่ะ
"นางนพมาศ" ตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ หรือเพียงตำนานเล่าขาน
ตำนานนางนพมาศกับกระทงรูปดอกบัวกระทงแรกของสยาม
เมื่อพูดถึงประวัติลอยกระทง อีกหนึ่งเรื่องราวที่ขาดไม่ได้เลยก็คือตำนานของ “นางนพมาศ” ค่ะ ตามเรื่องเล่าในหนังสือ “ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์” กล่าวไว้ว่า ท่านเป็นธิดาของพระศรีมโหสถในสมัยสุโขทัย และได้เข้ารับราชการเป็นสนมเอกของพระร่วงเจ้า ในครานั้นเอง นางนพมาศก็ได้ใช้ความสามารถเชิงช่างของเธอประดิษฐ์กระทงจากใบตองเป็นรูปดอกบัวที่สวยงามวิจิตรจนเป็นที่พอพระราชหฤทัยของพระร่วงเจ้าอย่างยิ่ง และกลายเป็นต้นแบบของกระทงที่เราเห็นกันในปัจจุบันค่ะ เป็นตำนานที่โรแมนติกมาก ๆ เลยนะคะ
มุมมองนักประวัติศาสตร์ต่อตัวตนนางนพมาศ
อย่างไรก็ตาม ในแวดวงนักประวัติศาสตร์กลับมีมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ค่ะ นักวิชาการหลายท่านสันนิษฐานว่า หนังสือ “ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์” และเรื่องราวของนางนพมาศนั้น แท้จริงแล้วอาจถูกแต่งขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ไม่ใช่ในสมัยสุโขทัยอย่างที่เชื่อกัน ดังนั้นตัวตนของนางนพมาศจึงยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่ และยังไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนมายืนยันค่ะ เรื่องนี้ก็นับเป็นเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจเพื่อให้เราได้มองประเพณีนี้ในมุมที่กว้างขึ้นนะคะ
สีสัน "ลอยกระทง" ในแต่ละภูมิภาคของไทย
ประเพณียี่เป็งแห่งล้านนา (ภาคเหนือ)
นอกจากเรื่องราวทางประวัติศาสตร์แล้ว ความสนุกของเทศกาลลอยกระทงยังอยู่ที่เอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคด้วยนะคะ เริ่มต้นกันที่ภาคเหนือกับประเพณี “ยี่เป็ง” ของชาวล้านนา ซึ่งคำว่า “ยี่” แปลว่า สอง ส่วน “เป็ง” ก็คือวันเพ็ญ ทำให้หมายถึงประเพณีในวันเพ็ญเดือนสองของชาวล้านนานั่นเองค่ะ ไฮไลท์สำคัญก็คือการปล่อยโคมลอยขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน ภาพแสงโคมนับพันดวงลอยสว่างไสวเต็มท้องฟ้า เป็นภาพที่งดงามและน่าอัศจรรย์ใจมาก ๆ เลยค่ะ
ประเพณีไหลเรือไฟแห่งอีสาน (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
ขยับมาที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานกันบ้าง ที่นี่เขามีประเพณีที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันเรียกว่า “ไหลเรือไฟ” ค่ะ โดยเฉพาะที่จังหวัดนครพนม ชาวบ้านจะร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสรรค์เรือขนาดใหญ่ที่ประดับประดาด้วยตะเกียงไฟนับหมื่นดวงเป็นลวดลายต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับพุทธศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วปล่อยให้ไหลไปตามลำน้ำโขง เป็นภาพที่ตระการตาสุด ๆ ไปเลย
ประเพณีลอยกระทงสายแห่งเมืองตาก (ภาคกลาง)
ส่วนที่จังหวัดตากในภาคกลาง ก็มีประเพณีที่โดดเด่นและมีเสน่ห์เฉพาะตัวเรียกว่า “ลอยกระทงสาย ไหลประทีปพันดวง” ค่ะ เอกลักษณ์ของที่นี่คือการใช้ “กะลามะพร้าว” มาทำเป็นกระทง แล้วนำมาลอยต่อ ๆ กันเป็นสายยาวในแม่น้ำปิง ทำให้เกิดเป็นสายธารแห่งแสงไฟที่ไหลต่อเนื่องอย่างสวยงาม แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาและความสามัคคีของคนในชุมชนได้เป็นอย่างดีเลยนะคะ
จากประเพณีสู่วัฒนธรรมร่วมสมัย และการสืบสานที่ยั่งยืน
ความสำคัญของวันลอยกระทงในปัจจุบัน
จากเรื่องราวในอดีตจนมาถึงปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าประเพณีลอยกระทงได้ปรับเปลี่ยนและมีความหมายที่หลากหลายมิติมากขึ้นนะคะ ในทุกวันนี้ ลอยกระทงไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรมทางความเชื่อเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นเทศกาลสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับชุมชน และที่สำคัญคือเป็นช่วงเวลาที่สมาชิกในครอบครัวจะได้ทำกิจกรรมร่วมกันค่ะ เป็นประเพณีที่ผสานคุณค่าเก่าและใหม่ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
แต่งกายงดงาม สืบสานประเพณี
และอีกหนึ่งสีสันที่ทำให้เทศกาลนี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและน่าจดจำ ก็คือภาพของผู้คนที่พร้อมใจกันแต่งกายสวยงาม โดยเฉพาะการได้สวมใส่ ชุดไทยสวย ๆ ไปลอยกระทง ก็ถือเป็นการร่วมสืบสานและให้เกียรติประเพณีอันงดงามของเรา ทั้งยังเป็นโอกาสดี ๆ ที่จะได้เก็บภาพความประทับใจไว้อีกด้วยนะคะ ใคร ๆ ก็อยากสวยที่สุดในค่ำคืนพิเศษนี้ค่ะ
แนวคิดการลอยกระทงแบบรักษ์โลก
สุดท้ายนี้ เมื่อเราขอขมาสายน้ำแล้ว ก็ต้องไม่ลืมที่จะดูแลรักษาสายน้ำของเราด้วยนะคะ ในปัจจุบันจึงเกิดแนวคิดเรื่องการ “ลอยกระทงแบบรักษ์โลก” ขึ้นมา โดยผู้คนหันมาใส่ใจเลือกใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เช่น ใบตอง หยวกกล้วย หรือแม้กระทั่งกระทงน้ำแข็งและกระทงขนมปัง เพื่อให้ประเพณีที่ดีงามนี้สามารถอยู่คู่กับสิ่งแวดล้อมที่ดีและยั่งยืนต่อไปค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
วันลอยกระทงปี 2568 ตรงกับวันอะไร
สำหรับวันลอยกระทง ประจำปี พ.ศ. 2568 จะตรงกับ วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ค่ะ โดยจะยึดตามวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทยเป็นหลักค่ะ
ลอยกระทงเพื่ออะไร สรุปสั้นๆ
สรุปสั้น ๆ ได้ว่า เป็นการขอขมาต่อพระแม่คงคาที่เราได้ใช้น้ำตลอดทั้งปี เป็นการบูชารอยพระพุทธบาทตามความเชื่อทางศาสนาพุทธ และเป็นการลอยความทุกข์โศกและสิ่งไม่ดีออกไปจากชีวิต เพื่อเริ่มต้นใหม่ด้วยสิ่งดี ๆ ค่ะ
กระทงทำมาจากอะไรได้บ้าง
กระทงสามารถทำได้จากวัสดุธรรมชาติหลากหลายชนิดเลยค่ะ ที่นิยมที่สุดก็คือ “ใบตอง” และ “ต้นกล้วย” เพราะย่อยสลายง่าย นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีการใช้วัสดุทางเลือกอื่น ๆ เช่น ขนมปัง (เพื่อให้ปลากินได้), น้ำแข็ง (ที่ไม่ทิ้งขยะไว้เลย) หรือกะลามะพร้าว อย่างกระทงสายของจังหวัดตากค่ะ



